ซื้อประกันลดหย่อนภาษีได้อย่างไร? ประกันแต่ละประเภทลดหย่อนภาษีได้เท่าไร? ควรซื้อตอนไหนดี?

การทำประกันเป็นวิธีหนึ่งที่นิยมกันมากในการลดหย่อนภาษีสำหรับผู้มีรายได้ซึ่งมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ทุกปี แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีหลายคนที่สงสัยว่าทำไมประกันลดหย่อนภาษีได้ แล้วประกันแบบไหนบ้างที่สามารถนำไปลดหย่อนได้ รวมไปถึงประกันลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ ควรซื้อประกันแบบไหนถึงจะลดหย่อนภาษีได้คุ้มค่า?

ทำไมการซื้อประกันถึงลดหย่อนภาษีได้?

    หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าการซื้อประกันจะช่วยให้เราเสียภาษีน้อยลงได้ยังไง คำตอบคือเนื่องจากรัฐบาลต้องการส่งเสริมให้ประชาชนทำประกันชีวิตและประกันสุขภาพและอยากให้เห็นความสำคัญของการทำประกัน เพราะทุกครั้งที่ประชากรประเทศไทยมีการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิต เท่ากับว่าระบบเศรษฐกิจอาจได้รับผลกระทบตามไปด้วย เพื่อที่จะลดความเสียหายในส่วนนี้ลง รัฐบาลจึงอนุญาตให้สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อประกันบางประเภทมาลดหย่อนภาษีได้ เพราะการซื้อประกันคือการสร้างความมั่นคงอย่างหนึ่ง โดยเป็นการวางแผนชีวิต และวางแผนการเงินไว้ล่วงหน้าเผื่ออนาคต และเหตุไม่คาดฝัน นอกจากนี้ยังถือถือเป็นการช่วยลดภาระของภาครัฐไปได้อีกไม่น้อยด้วยนั่นเอง

ประกันชนิดไหนลดหย่อนภาษีได้บ้าง?

    ปัจจุบันกฎหมายอนุญาตให้ประกัน 4 ประเภท ได้แก่ ประกันชีวิตทั่วไป ประกันชีวิตแบบบำนาญ ประกันสุขภาพตนเอง และประกันสุขภาพของพ่อแม่ สามารถนำเบี้ยประกันภัยไปลดหย่อนภาษีได้

1. ประกันชีวิตแบบทั่วไป

    ประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองชีวิตแก่ผู้ที่ทำประกัน หมายถึงบริษัทประกันจะจ่ายเงินผลประโยชน์ตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ให้แก่ผู้เอาประกันภัยเมื่อครบสัญญา หรือจ่ายให้ผู้รับประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต ซึ่งผู้รับประโยชน์อาจจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบทางใดทางหนึ่งจากการจากไปของผู้เอาประกัน เช่น เป็นบุคคลในครอบครัว โดยประกันชีวิตทั่วไปที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ มีดังนี้

• ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ (Whole Life) เน้นคุ้มครองชีวิตระยะยาว และจ่ายเบี้ยฯ เพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น จุดเด่นคือเป็นประกันที่ไม่ต้องจ่ายเบี้ยฯ ทิ้ง หมายความว่าบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้ผู้เอาประกันภัยในกรณีที่มีชีวิตอยู่ครบสัญญา หรือจ่ายเงินให้กับผู้รับประโยชน์ในกรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต

• ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา (Term) เน้นคุ้มครองชีวิตในระยะเวลาหนึ่ง ๆ และมีเบี้ยประกันภัยไม่สูง โดยบริษัทประกันจะจ่ายเงินให้กับผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตเท่านั้น หากครบกำหนดแล้วผู้เอาประกันภัยยังมีชีวิตอยู่จะไม่ได้รับเงินคืน

• ประกันชีวิตเพื่อการสะสมทรัพย์ (Endowment) เป็นการออมเงินในรูปแบบประกัน คือนอกจากจะได้รับความคุ้มครองตามที่ระบุในกรมธรรม์ แล้วยังได้ออมเงินด้วย จุดเด่นคือจะได้มีเงินก้อนสำรองไว้ใช้ในอนาคต หรือมีเงินผลประโยชน์ส่งต่อให้คนที่รักหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

• ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) เป็นการทำประกันชีวิตควบกับการลงทุนในกองทุนรวม โดยสามารถลดหย่อนภาษีได้ เฉพาะในส่วนของค่าเบี้ยประกันชีวิตเท่านั้น ส่วนเบี้ยฯ ที่นำไปลงทุนจะไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้

    เงื่อนไขของการนำเบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไปมาลดหย่อนภาษี คือ ประกันชีวิตจะต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทยเท่านั้น หากมีการจ่ายเงินคืนรายปีระหว่างทาง เงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปี และหากมีการจ่ายเงินคืนตามช่วงระยะเวลา (เช่น จ่ายคืนทุก 3 ปี) เงินที่ได้รับคืนต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสมของแต่ละช่วงเวลา และหากทำประกันชีวิตตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 63 เป็นต้นไป ผู้มีเงินได้ต้องแจ้งความประสงค์ที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ต่อผู้รักประกันภัยที่ได้เอาประกันไว้

2. ประกันชีวิตแบบบำนาญ

    หลัก ๆ แล้วประกันชีวิตแบบบำนาญจะเป็นการเก็บเงินไว้ใช้หลังจากเกษียณอายุจากการทำงาน โดยจะมีกำหนดให้จ่ายเบี้ยประกันต่อเนื่องไปจนกว่าจะเริ่มรับเงินบำนาญ (อย่างน้อยที่สุดคือจ่ายถึงอายุ 55 ปี) แล้วบริษัทประกันจะจ่ายเงินบำนาญให้ผู้เอาประกันเป็นรายปีไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบกำหนดสัญญา โดยเงื่อนไข หากทำประกันชีวิตตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 63 เป็นต้นไปผู้มีเงินได้ต้องแจ้งความประสงค์ที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ต่อผู้เอาประกันภัยที่ได้เอาประกันภัยไว้ และการนำประกันชีวิตแบบบำนาญมาลดหย่อนภาษีจะมีส่วนที่เหมือนกับประกันชีวิตทั่วไปคือ ต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และต้องทำกับบริษัทประกันชีวิตในประเทศไทยเท่านั้น นอกจากนั้นคือ กรมธรรม์ต้องจ่ายผลประโยชน์เป็นรายงวดแบบสม่ำเสมอ และกรมธรรม์ต้องกำหนดช่วงอายุการจ่ายผลประโยชน์ตั้งแต่อายุ 55-85 ปี หรือมากกว่านั้น

3. ประกันสุขภาพตนเอง ลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี

ประกันสุขภาพที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ มีดังนี้

  • ประกันสุขภาพ คือประกันที่คุ้มครองค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเมื่อเจ็บป่วย
  • ประกันโรคร้ายแรง คือประกันที่คุ้มครองค่าใช้จ่ายเมื่อผู้ทำประกันเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง  ผู้มีเงินได้ต้องแจ้งความประสงค์ที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ต่อผู้รับประกันภัยที่ได้เอาประกันไว้

4. ประกันสุขภาพของพ่อแม่ ลดหย่อนได้สูงสุด 15,0000 บาทต่อปี

    เป็นประกันที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เหมือนกับประกันสุขภาพตัวเอง เพียงแต่เป็นการซื้อให้พ่อแม่ของเราเองหรือพ่อแม่ของคู่สมรส โดยตัวเราหรือคู่สมรสต้องเป็นลูกแท้ ๆ ตามกฎหมายของพ่อแม่ จะเป็นลูกบุญธรรมไม่ได้ และทั้งพ่อแม่แต่ละคนมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี [C1] และหากเราอยู่เมืองไทยไม่ถึง 180 วัน ให้ได้รับการยกเว้นภาษีได้เฉพาะการทำประกันสุขภาพพ่อแม่ที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น โดยผู้มีเงินได้ต้องแจ้งความประสงค์ที่จะใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ต่อผู้รับประกันภัยที่ได้เอาประกันไว้

ประกันแต่ละประเภทลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่?

1. ประกันชีวิตแบบทั่วไป ใช้ลดหย่อนได้ตามเบี้ยฯ ที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับผู้ที่ทำประกันชีวิตแบบทั่วไปให้ตัวเอง และเมื่อรวมกับเงินฝากแบบมีประกันชีวิตแล้วก็ต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อ (รวมเบี้ยประกันสุขภาพได้ โดยเบี้ยประกันสุขภาพสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี)

แบบประกันที่แนะนำ
AIA 20 PAY LIFE

AIA 20 PAY LIFE

คุ้มครองตลอดชีพ ด้วยเบี้ยราคาถูก

AIA 10&15 PAY LIFE

การวางแผนสร้างหลักประกันที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับครอบครัว

2. ประกันชีวิตแบบบำนาญ ใช้ลดหย่อนได้ตามเบี้ยฯ ที่จ่ายจริง สูงสุด 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และ เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสงเคราะห์ครูว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ต้องไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับผู้ที่ซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญจะสามารถลดหย่อนภาษีแบบจุใจได้สูงสุด 300,000 บาท หากยังไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป ก็คือสามารถแบ่งเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญไปโปะในส่วนของเบี้ยประกันชีวิตแบบทั่วไปให้ครบ 100,000 บาทได้ และลดหย่อนภาษีในส่วนของประกันชีวิตแบบบำนาญได้อีกสูงสุด 200,000 บาท รวมเป็น 300,000 บาทนั่นเอง

แบบประกันที่แนะนำ

AIA ANNUITY SURE

ประกันบำนาญ เพื่อการเกษียณอย่างสำราญ ให้คุณมีเงินประจำไว้ใช้หลังอายุ 60 ปี

3. ประกันสุขภาพตัวเอง ใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามเบี้ยฯ ที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 25,000 บาทต่อปี และ เมื่อรวมกับประกันชีวิตทั่วไปแล้วจะต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

แบบประกันที่แนะนำ

AIA HEALTH SAVER

ไม่ว่าคุณจะเป็นวัยพึ่งเริ่มต้นทำงาน ประกอบอาชีพอิสระ กำลังเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง หรือเป็นพนักงานประจำที่มองหาประกันส่วนเสริมจากสวัสดิการที่มีอยู่เพื่อแบ่งเบาค่ารักษา ก็สามารถเริ่มต้นทำประกันสุขภาพดีๆ ได้ในราคาเบาๆ ด้วย AIA Health Saver

AIA HEALTH HAPPY

ถ้าคุณกำลังเริ่มมีชีวิตที่มั่นคง ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ เจ้าของธุรกิจ หรืออยู่ในวัยที่ต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว หากอยากให้ชีวิตเดินหน้าได้อย่างไม่มีสะดุด ก็ต้องวางแผนเผื่อวันที่เจ็บป่วย ด้วย AIA Health Happy ประกันสุขภาพที่ครอบคลุมมากขึ้น เจ็บป่วยเมื่อไหร่? ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะกระทบเงินเก็บหรือสร้างภาระให้ครอบครัว

4. ประกันสุขภาพของพ่อแม่ ใช้ลดหย่อนได้ตามเบี้ยฯ ที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อปี สามารถแบ่งจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่ร่วมกับพี่น้องได้  โดยจะลดหย่อนได้สูงสุดตามยอดเงินที่หารเฉลี่ยด้วยจำนวนพี่น้อง เช่น หากมีพี่น้อง 3 คน และทั้ง 3 คนต้องจ่ายภาษี ลูก ๆ แต่ละคนจะขอสิทธิลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินคนละ 5,000 บาทจากจำนวนเต็ม 15,000 บาทนั่นเอง

 

ประกันลดหย่อนภาษีควรซื้อตอนไหนดี?

    คนส่วนใหญ่มักจะเริ่มให้ความสนใจซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีกันในช่วงปลายปี เพราะจะเป็นช่วงที่รายได้ของหลายคนเริ่มนิ่งแล้วทำให้สามารถคำนวณภาษีได้ค่อนข้างแม่นยำว่าจะต้องจ่ายเท่าไหร่แล้วจึงค่อยเริ่มมองหาประกันลดภาษีนอกจากนี้ช่วงปลายปีก็ยังเป็นช่วงเวลาที่ใกล้จะต้องจ่ายภาษีในช่วงต้นปีถัดไปคือ ประมาณช่วงเดือนมกราคม-มีนาคมของทุกปีนั่นเอง

    แต่รู้หรือไม่ว่าการซื้อประกันสำหรับลดหย่อนภาษีตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้เราสามารถวางแผนจัดการการเงินได้ดีกว่า เนื่องจากช่วงปลายปีมักจะเป็นช่วงที่มีค่าใช้จ่ายสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานเทศกาล งานเลี้ยงต่าง ๆ ที่มีค่อนข้างมาก หากต้องนำเงินไปซื้อของขวัญ จัดงานเลี้ยง แล้วยังต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยในช่วงเวลาเดียวกันอีกอาจส่งผลกับสภาพคล่องของเรา นอกจากนี้อาจทำให้ไม่มีเวลาในการพิจารณาแบบประกันที่ตอบโจทย์ตัวเองจนเลือกซื้อประกันที่เบี้ยประกันภัยสูงเกินไป หรือซื้อประกันผิดประเภท ผิดเงื่อนไข รวมถึงประกันบางแบบอาจต้องใช้เวลาในการอนุมัติ หากตัดสินใจช้าเกินไปก็อาจจะไม่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ทันภายในปีนี้ เป็นต้น สรุปก็คือ ประกันลดภาษีสามารถซื้อได้ทุกช่วงของปี โดยถ้าต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในปีนี้ ควรคำนวณและวางแผนภาษีตั้งแต่เนิ่น ๆ และทำการตัดสินใจซื้อประกันเพื่อการลดหย่อนภาษีก่อนสิ้นปีนั้น ๆ

Scroll to Top